top of page

จดหมายข่าว — สิงหาคม 2569

  • 3 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 3 นาที

เมื่อฤดูเข้าพรรษาใกล้เข้ามาๆ พระก็เริ่มเลือกสถานที่ว่าที่ไหนจะเหมาะที่จำพรรษาสามเดือนในปีนั้นๆ ยิ่งหากต้องมีการจัดเดินเรื่องการเดินทางไกล มีการขอวีซ่า ยิ่งต้องเตรียมดำเนินการไว้ก่อนเนิ่นๆ เพื่อให้ทันวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งปีนี้เป็นปีอธิกสุรธิน มีเดือนแปดสองหน วันเข้าพรรษาเลื่อนมาเดือนแปดหลัง ซึ่งตรงกับวันที่ 30 กรกฏาคม กระนั้นหากมีเหตุจำเป็นหรือเกิดอุปสรรค พระพุทธเจ้าทรงเปิดโอกาสและอนุญาตไว้ในพระวินัย เพื่อไม่ให้พระสงฆ์เสียสิทธิ์ในการจำพรรษา หากมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นในพรรษาแรก ให้เข้าพรรษาหลังคือวัน แรม 1 ค่ำ เดือน 9


ที่วัดป่าชิปท์เวทปีนี้มีพระอาจารย์ชนะไพรี จันทวังโส จากวัดหนองป่าพง มาร่วมจำพรรษาแรก และพระอาจารย์อเนโช (ชาวสวีเดน) มาร่วมจำพรรษาหลัง


พระอาจารย์ชนะไพรี ท่านเคยไปปฏิบัติหน้าที่พระธรรมทูตที่วัดโพธิญาณราม ประเทศนิวซีแลนด์ 1 ปี และที่วัดอมราวดี ประเทศอังกฤษ 2 ปี ที่วัดพุทธโพธิวัน และวัดโพธิปาละ ประเทศออสเตเลีย เป็นเวลา 4 ปี ท่านจึงมีความคุ้นเคยกับการอยู่ต่างประเทศเป็นอย่างดี ท่านเดินทางมาด้วยสิทธิยกเว้นวีซ่าของพาสปอร์ตพระธรรมทูต และยื่นขอวีซ่าที่ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนอร์เวย์ UDI จะอนุมัติวีซ่าให้ท่านได้อยู่ช่วยงานได้ในระยะยาวตามที่ทางวัดยื่นขอไป

พระอาจารย์อเนโช เดินทางมาถึงในวันที่ 20 สิงหาคม ท่านเคยอยู่ที่วัดป่าชิปท์เวทมาก่อน ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่วัดป่าจิตวิเวก ขณะนี้มีโครงการที่จะสร้างวัดป่าสายหลวงพ่อชาในประเทศสวีเดน ท่านจะอยู่กับเราไปจนถึงปลายเดือนพฤจิกายน และจะเดินทางกลับไปวัดป่าจิตตวิเวก


รับรองสาขา


จากการประชุมวัดสาขาในต่างประเทศ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา คณะสงฆ์ได้มีฉันทานุมัติ รับรองให้วัดป่าชิท์เวท ให้เป็นสาขาวัดหนองป่าพงอย่างเป็นทางการ พร้อมกับวัดสุทธวารี ประเทศบราซิล


กิจกรรมที่จะมาถึง


วันเปิดวัด ณ วัดป่าชิปท์เวท 


วันเสาร์ ที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 11.00 - 14.00

นายกเทศมนตรีเทศบาลชิปท์เวท Cecilie Agnalt จะเดินทางมาเปิดงานวันเปิดวัดประจำปี 2569 ของวัดป่าชิปท์เวท โดยมีกำหนดการดังนี้


กำหนดการ

  • กล่าวต้อนรับโดยนายกเทศมนตรี Cecilie Agnalt

  • กล่าวทักทายโดยประธานคณะกรรมการ Per-Otto Wold

  • นำเสนอข้อมูลสั้นๆ เกี่ยวกับวัดและกิจกรรมต่างๆ

  • เชิญชิมอาหารไทยรสชาติแบบดั้งเดิม

  • นำชมสถานที่และบริเวณโดยรอบวัด

  • แนะนำการทำสมาธิเบื้องต้น


ซึ่งก็เหมือนเช่นเคย กิจกรรมต่าง ๆ ของวัด ไม่มีค่าใช้จ่าย และเปิดต้อนรับสำหรับทุกคน

บางทีคุณอาจจะเคยขับรถผ่านหลายครั้ง และสงสัยว่ามีอะไรอยู่หลังแนวต้นไม้เหล่านั้น? ตอนนี้คุณมีโอกาสที่จะได้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้วัดป่าชิปเวทจากข้างในแล้ว ขอต้อนรับทุกคนด้วยความยินดี!

เยี่ยมโรงเรียน Askim VGA

18 กันยายน 2569: คณะสงฆ์ได้รับนิมนต์ให้เข้าไปสอนและแนะนำเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่โรงเรียนเช่นเดียวกับปีที่ผ่าน ๆ มา 



แขกพิเศษ


แขกพิเศษที่ได้มาเยือนเรา


ดังที่ได้เคยแจ้งให้ทราบในจดหมายข่าวฉบับเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่าทางวัดมีโอกาสได้ต้อนรับครูบาอาจารย์หลายรูปหลายองค์ เริ่มด้วยพระอาจารย์ปรีชา และท่านอภิรักษ์ (เต๋า) จากวัดสันตจิตตาราม ประเทศอิตาลี่ ซึ่งเดินทางเป็นผู้แทนพระพรหมสิทธิ (ปัจจุบัน สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์) นำรูปเหมือนหลวงปู่ชามาประดิษฐานที่ศาลาปฏิบัติธรรม

นอกจากนี้ยังมีครูบาอาจาย์หลายรูปหลายองค์ได้เยี่ยมวัดของเรา

  • พระอาจารย์ภวดล ปิยสีโล เจ้าอาวาสวัดป่าเย็นบุญ จังหวัดเชียงราย และพระอาจารย์ไนท์ ที่ท่านทั้งสองเดินทางมาจากวัดสันตจิตตารามประเทศอิตาลี เพื่อมาเยี่ยมวัดของเรา (12 - 19 พฤษภาคม)

  • พระอาจารย์ธัมมิโก พระเถระจากวัดสุเมธาราม ประเทศโปรตุเกส มานำกรรมฐานฤดูร้อน (22 - 28 มิถุนายน) ท่านอยู่กับเราตั้งแต่ 12 มิถุนายน ก่อนท่านเดินทางกลับเพื่อไปจำพรรษาที่ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม

  • ท่านมันตโน พระชาวสวีเดน (5-11 มิถุนายน)

  • หลวงพ่อสุจิตโต อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าจิตตวิเวก ประเทศอังกฤษ (6 - 9 มิถุนายน) และพระอาจารย์เมตติโก จากวัดป่ามุตโตทัย (6 - 10 มิถุนายน) หลวงพ่อสุจิตโต ได้เมตตานำกรรมฐานหนึ่งวัน

  • พระอาจารย์เอกฤทธิ์ ปุญญกาโม เจ้าอาวาส วัดป่าห้วยข้าวสารเจริญธรรม จังหวัดอุบล ได้เดินทางมากับ พระอาจารย์ทรงพล คุณชโย เจ้าอาวาสวัดอุบลมณี (23 มิถุนายน) และเดินทางต่อกลับประเทศไทยในเช้าวันรุ่งขึ้น

  • พระอาจารย์ธัมมสีหะ เจ้าอาวาสวัดธัมมคิรี เมืองบริสเบน ประเทศออสเตเลีย (5–13 กรกฎาคม)

  • พระอาจารย์อหิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่าจิตวิเวก (5–9 กรกฎาคม)

ปาฏิโมกข์
ปาฏิโมกข์

นอกจากนี้ยังมีท่านวูปสโม และ ท่านเขมทัสสี ได้มาอยู่กับเราเป็นเวลาเดือนครึ่ง และหนึ่งเดือนตามลำดับ จะมีก็แต่พระอาจารย์เขมะสิริ ที่ท่านเปลี่ยนแผนการเดินทางไม่ได้มาเยี่ยมวัดป่าชิปท์เวท หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้มาเยี่ยมในปีต่อไป


ต้องขออนุโมทนากับญาติโยม ที่ได้เข้ามาช่วยอุปัฐากครูบาอาจารย์เป็นอย่างดียิ่ง



กิจกรรมที่ผ่านมา


กรรมฐานฤดูร้อน

ในปีนี้พระอาจารย์ธัมมิโก จากวัดป่าสุเมธาราม ได้มานำกรรมฐานภาคฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 20 - 28 มิถุนาคม 2569 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 12 ท่าน 

กรรมฐานฤดูร้อน
กรรมฐานฤดูร้อน

กรรมฐานวัดอมราวดี

พระอาจารย์คงฤทธิ์ ได้ไปนำกรรฐาน (ภาษาไทย) ของวัดอมราวดี ระหว่างวันที่ 24 - 28 กรกฏาคม 2569 ร่วมกับพระอาจารย์สุธนัย ธนิโย มีผู้เข้าร่วม 40 ท่าน ซึ่งนับเป็นโอกาสอันเป็นมงคล ที่คณะผู้เข้ากรรมฐานได้มีโอกาสได้เข้าร่วมงานฉลองงานคล้ายวันเกิด 92 ปี ของหลวงปู่สุเมโธ ในวันที่ 27 กรกฏาคมด้วย 

กรรมฐานช่วงสุดสัปดาห์ 

ระหว่างวันที่ 31 กรกฏาคม ถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ทางวัดได้จัดให้มีกรรมฐานช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา นำโดยพระอาจารย์คงฤทธิ์ ร่วมกับพระอาจารย์ชนะไพรี ที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม  มีผู้เข้าร่วมจำนวน 9 ท่าน ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ผู้เข้าร่วมกรรมฐานได้ร่วมกันห่มผ้าพระเจดีย์ผืนใหม่ ซึ่งปีนี้จัดให้เป็นสีฟ้า เพื่อถวายเป็นรำลึกแด่สมเด็จพระพันปีหลวง


สานสัมพันธ์


งานจิตอาสา กับ Isegran, Hope cathedral, Fredrikstad. 

ได้รับการติดต่อจากศาสนบาล Einar Tjelle เชิญร่วมงานจิตอาสาที่ Isegran, Hope cathedral “อาสนวิหารแห่งความหวัง” กับ Solveig Egeland ผู้นำด้านศิลปะและวิสัยทัศน์ของอาสนวิหาร ในวันที่ 22 เมษายน 2569 ทางวัดได้เดินทางร่วมงานพร้อมกับนำอาหารไปเป็นกำลังให้ผู้ช่วยงานในวันนั้นด้วย หลังจากเสร็จร่วมสนทนาเกี่ยบกับการอยู่เป็นมิตรกับธรรมชาติ และได้รับน้ำผลไม้ และกระเป๋าผ้าสีสันน่ารักๆ ที่ผู้สนับสนุนอาสนวิหารแห่งความหวังได้ผลิตขึ้นเอง


วิสาขบูชาโลก 

สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ร่วมกับคณะสงฆ์ศรีลังกา คณะผู้แทนถาวรไทยและศรีลังกา ประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้จัดงานวิสาขบูชาโลก ขึ้นในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 องค์การสหประชาติ พระอาจารย์คงฤทธิ์ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนคณะสงฆ์จากสหภาพพระธรรมทูตในทวีปยุโรป ให้กล่าวสุนทรพจน์ ทั้งนี้ได้มีการกล่าวถ้อยแถลงจากเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของภูฏาน กัมพูชา มองโกเลีย สปป.ลาว เนปาล สิงคโปร์ และอินเดีย ตลอดจนผู้แทนจากคณะผู้แทนถาวรญี่ปุ่น มาเลเซีย เมียนมา และไนจีเรีย และการนั่งสมาธิเจริญภาวนา


ในโอกาสนี้ พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 11 และเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีอัญเชิญและประดิษฐานคัมภีร์พระพุทธศาสนา จากมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ


งานดังกล่าวมีเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวร สมาชิกคณะผู้แทนถาวรและองค์กรระหว่างประเทศ พระสงฆ์ไทยและศรีลังกาในยุโรป ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชาวไทยและศรีลังกาที่พำนักอยู่ในทวีปยุโรปเข้าร่วมด้วย


เดินสันติภาพฉลองวันวิสาขบูชา

สมาพันธ์ขาวพุทธประเทศนอร์เวย์ จัดการเดินเพื่อสันติภาพเป็นเวลาสองวัน ระหว่างวันที่ 30 และ 31 พฤษภาคม เพื่อฉลองวันวิสาบูชา โดยเริ่มเดินจาก Eidsvoll Verk Stasjon พักค้างแรมที่วัดโลตัส วัดเวียดนาม และจบกิจกรรมด้วยการทำพิธิฉลองวันวิสาขบูชาที่วัดไทยนอร์เวย์ ได้นิมนต์พระอาจารย์มหาสมภพ จากวัดป่าสุเมธาราม มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย 


เจ้าอาวาสใหม่ วัดป่าสุเมธาราม

พระอาจารย์คงฤทธิ์ ได้เดินทางไปวัดป่าสุเมธาราม ประเทศโปรตุเกส พร้อมกับพระอาจารย์มหาสมภพ เพื่อร่วมงาน รอบมอบเจ้าอาวาสรูปใหม่ โดยพระอาจารย์วชิโรเกษียณตัวท่านเองจากเจ้าอาวาสวัดป่าสุเมธาราม ที่ท่านได้รับหน้าที่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และมอบหน้าที่เจ้าอาวาสให้กับพระอาจารย์อัปปมาโท 


โรงทานงานหมู่บ้าน

ญาติโยมวัดป่าชิทป์เวท ได้นำโรงโรงทานอาหารไทย และการแกะผักผลไม้ไทย ไปแจกในงานประจำปีของหมู่บ้าน ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณสำนักงานเทศบาลชิปท์เวท ในวันที่ 13 มิถุนายน 2026 เป็นวันที่อากาศดี จึงมีผู้คนมาร่วมกิจกรรมมากกว่าปีก่อน ทำให้บรรยากาศในงานดูคึกคักมากกว่าขึ้น โรงทานของเราแจกต้มข่าไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง รวมถึงการแสดงการแกะสลักผลไม้ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าร่วมทดลองการแกะ 


ร่วมงานจิตอาสา วัดป่าพุทธิภูมิวัน วินกรุม

ได้เดินทางไปช่วยกิจกรรมจิตอาสา ที่วัดป่าวินกรุม (พุทธิภูมิวัน) เพื่อขนแผนหินชนวนที่ทางวัดจัดหามาเพื่อใช้มุงหลังคา ขึ้นไปเรียงไว้ศาลาพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 มีพระสงฆ์และญาติโยมจากหลายที่เข้ามาร่วมเกือบ 30 ท่าน


ร่วงานอุปสมบท วัดสนตจิตาราม อิตาลี่

พระอาจารย์คงฤทธิ์ ได้ไปร่วมงานอุปสมบท พระธีรจิตโต ชาวสโลวีเนีย และ พระโชติโก ชาวอาฟริกาไต้ เมื่อวันที่ 19 กรกฏาคม 2569


ร่วมถวายอาหารงานประชุมสมัยวิสามัญ (สธย.) เขต 3

ญาติโยมวัดป่าชิทป์เวทได้ส่งภัตราหารร่วมถวายเป็นกำลังคณะสงฆ์ผู้เข้าร่วมประชุม สหภาพพระธรรมทูตในทวีปยุโรป เขต 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2569


ร่วมประชุมสมนา กรุงสตอร์คโฮล์ม

พระอาจารย์คงฤทธิ์ และ พระอาจารย์อเนโช ได้เดินทางไปร่วมประชุมสมนา World Peace Award 2026 นำทีมการจัดงานโดย เจ้าคุณสวีเดน เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม สวีเดน ที่ Stockholm Concert Hall กรุงสตอร์คโฮล์ม ประเทศสดีเดนเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดยมีภิกษุปัญญากร เป็นหนึ่งของผู้รับรางวัลสันติภาพโลก และแสดงปาฐกถาพิเศษ


นิทรรศการแสดงพระพุทธรูปปางต่าง ๆ


ทางวัดร่วมกับห้องสมุดเมืองชิปท์เว็ท ยังคงจัดนิทรรศการแสดงพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาทำความเข้าใจ ที่น่าสนใจอีกเรื่องในนิทรรศการก็คือมีพระแก้วมรกตองค์เล็ก ๆ เตรียมไว้ให้ท่านผู้ที่สนใจนำไปบูชาด้วย ที่ผ่านมาได้จัดแสดง

ที่จัดแสดงในเดือนสิงหาคมนี้ คือ ปางปฐมเทศนา เนื่องจากเป็นเทศกาลาลอาสาฬหะ และช่วงเข้าพรรษา พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมครั้งแรกโปรดเบญจวัคคี (หรือเรียกอีกอย่างว่า ปัจจะวัคคี) ให้ได้เข้าใจธรรมะที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ เป็นการยืนยันให้เห็นว่าธรรมะเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกท่านทุกคน สามารถเข้าถึงได้เรียนรู้ได้ และที่สำคัญเป็นสิ่งที่ควรเข้าถึงและเรียนรู้ หากท่านมองเห็นว่าชีวิตนี้ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข


ในเดือนกันยายนเราจะจัดแสดงปางอุ้มบาตร (ปิณฑปาต) อันเป็นสัญญาลักษณ์ประจำวันพุธ ในวันเปิดวัดประจำปี ในวันที่ 5 กันยายน จะมีการจัดแสดงพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ที่วัดด้วย ท่านสามารถติดตามหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปางต่าง ๆ ที่ทางวัดและห้องสมุดเมืองชิปท์เว็ทจัดแสดงได้จาก https://www.lokuttara.net/th/statues-and-gestures



จะอยู่จะไปก็ให้เขารัก

พระอาจารย์คงฤทธิ์


การได้รับการยอมรับ ให้เกียรติ ให้ความเข้าใจ ไปจนถึงการชื่นชม รักใคร่ สรรเสริญ เป็นสิ่งที่คนทั้งหลายปรารถนา ความรู้สึกลึก ๆ เราก็รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่ได้หรือรับจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว ต้องมีทั้งให้และทั้งรับเป็นการให้ซึ่งกันและกัน แต่สิ่งที่ผู้ปรารถนาเองต้องการ เรากลับให้ใครอื่นไม่ค่อยได้ ยิ่งกับคนที่มีความแตกต่างจากเรา หรือแตกต่างจากกลุ่มของเรา ยิ่งทำให้การให้นั้นเป็นไปได้อยากขึ้นไปอีก


อัสมิมานานุสัย เป็นความรู้สึกอันละเอียดอันหนึ่งที่ติดอยู่กับจิตของคนธรรมดา ๆ ทั่วไป คือความรู้สึกว่ามี “เรา” อันเป็นสิ่งที่นอนติดในจิตของเรา เมื่อมีเรา ก็มี “ของเรา” มีความเชื่อความเห็นของเรา มีพวกเรา มีกลุ่มเรา ตามมาด้วยความรู้สึกดีกว่า เหนือกว่า ด้อยกว่า ต่ำกว่า จนเป็นเหตุให้เกิดการดูหมิ่น ด้อยค่า รังเกียจ แบ่งแยกให้แตกต่าง ผลักไสให้แปลกแยกออกไปจากเรา


วันหนึ่งขณะที่นั่งในร้านแกแฟที่สถานรถไฟ Oslo Central รอให้โยมไปขออนุญาตทางร้านว่าขอนั่งฉันอาหารที่ร้านของเขา ได้เห็นชายคนหนึ่งนั่งโต๊ะข้าง ๆ พูดต่อว่าครอบครัวที่มีการแต่งตัว ออกโบราณ ๆ สีซีด ๆ เรียบ ๆ ไม่เหมือนคนทั่วไปนัก จะว่าเป็นนักบวชก็ไม่น่าจะใช่ แต่ก็ไม่สามารถจะบอกได้ว่าพวกเขาเป็นคนเชื้อชาติ หรือสัญชาติใด ด้วยความโกรธเคือง ดุดัน แต่มีน้ำเสียงเรียบ ๆ พอจับใจความได้ว่า “พวกแกทำชีวิตฉันบรรลัยทุกวัน ไม่เว้นแต่วันเดียว” และประโยคตามหลังมาอีกสองสามประโยค ด้วยน้ำเสียง น้ำหนัก เป็นในลักษณะเดียวกัน เท่าที่สังเกตคนที่ต่อว่าและครอบครัวที่ถูกต่อว่าดูไม่น่าจะรู้จักกันเป็นการส่วนตัว ครอบครัวที่โดนต่อว่านั้น ไม่ได้โต้ตอบเพียงลุกจากที่นั่งเดินออกไปจากร้านกาแฟไปเงียบ ๆ


ขณะที่นั่งฟังและสังเกตอยู่ รู้สึกสะเทือนใจยิ่งนัก พระที่ติดตามไปด้วยท่านไม่เห็นเหตุการณ์ จึงเล่าให้ท่านฟัง บอกท่านว่าการที่ใครสักคนจะรังเกียจคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่เพียงเพราะพวกเขาเป็นคนเชื้อชาติหรือสัญชาตินั้น ๆ กลุ่มชนของทั้งสองฝ่ายจะต้องทำอะไร ๆ กันมาบ้าง ถึงจะให้คนอีกกลุ่มกล้าพูดจาต่อว่าได้รุนแรง โดยไม่มีความเกรงใจได้ขนาดนี้ในที่สาธารณะได้ขนาดนั้น


อสฺมิมานสฺส วินโย เอตํ เว ปรมํ สุขนฺติ "การกำจัดอัสมิมานะ (ความถือตัวว่า 'มีเรา เป็นเรา') ได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง” มุจจลินทสูตร พระไตรปิฏก (ไทย) ขุททกนิกาย อุทาน มุจจลินทวรรค เล่มที่ 25 ข้อที่ 51 (ขุ.อุ.ข้อ 51)

หรือมองอีกด้าน หากมีคนมาพยายามจะบอกว่า “เขารักเรา ผู้ที่เขารักก็รักเราด้วย” เท่าที่ประสบการณ์ตรงที่เคยประสบมา ไม่ว่าจะด้วยกริยาท่าทาง น้ำเสียง การดึงรั้งให้สนทนาแบบเกาะไม่ปล่อย ไม่ว่าผู้รับฟังจะตอบหรือไม่ตอบสนใจหรือไม่สนใจ ความรู้สึกที่ได้ก็ไม่ต่างกันคือ “ผู้ที่ถูกบอกรัก แล้วไม่รับรัก หรือไม่เข้าใจ เป็นผู้ผิด ต้องรับโทษอันสาหัสสากรรจ์”


ฟังแล้วมันเป็นคำขู่ดี ๆ นั่นเอง “ถ้าไม่รักตามแบบฉัน ไม่รักคนที่ฉันรัก แกผิด” ยิ่งบางครั้งเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ขุ่นเคืองอีกด้วยซ้ำ


ความรู้สึกว่าเรานี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะละเสียทันทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนจะขาดอะไรไป ดังนั้นจึงเป็นต้นตอของปัญหาความสัมพันธ์ทั้งระดับคนใกล้ชิด ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงระดับโลก ก็เพราะว่า “เรา” อันนี้ มักจะไม่ได้รักไม่ได้ปรารถนาดีต่อ “เขา” สักเท่าไร เมื่อยังไม่เห็นว่าต้องละ หรือยังละไม่ได้ “เรา” ควรมีความเข้าใจความรู้สึกของ “เราเอง” สักนิดเสียก่อน อย่างน้อยให้รู้ว่า “เรานี้” เป็นผู้ที่ต้องการการยอมรับ การให้เกียรติ การได้รับความเข้าใจ การชื่นชม รักใคร่ สรรเสริญแบบไหน เราก็จะเข้าใจว่า เขาก็คงต้องการความรู้สึกเช่นนั้น ๆ ไม่น่าจะต่างจากเราสักเท่าไร เพียงเท่านี้ก็น่าพอจะมีวิธีแสดงที่ดีกว่าการยัดเยียด บีบบังคับ ข่มขู่ ก็แม้ตัวเราเองก็ไม่ชอบ แล้วใครที่ไหนเล่าเขาจะชอบ หากยังไม่มีวิธีดีกว่านั้น ก็ยังไม่ควรจะเสียเวลาแสดงความรักอันที่ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ต้องมีให้น่าจะดีต่อความรู้สึกของผู้รับมากว่าเป็นไหน ๆ


อย่างน้อยที่สุด แม้ยังไม่มีใครรับ ไม่มีใครเข้าใจเรา อย่างที่เราต้องการ เราก็ยังสามารถรักและเข้าใจใจตัวเองได้ ไม่ว่าจะอยู่หรือไปในที่ไหน ๆ ปัญหาความสัมพันธ์ก็จะไม่เกิด หากเกิดแล้วก็จะเบา จะบางลง















bottom of page